The End of the Storm สารคดีเกาะติดชีวิตของทีมหงส์แดงที่ สาวกห้ามพลาด!

The End of the Storm จะพาผู้ชมไปตามติดทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของสโมสรลิเวอร์พูล โดยเฉพาะเบื้องหลังที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนกับเส้นทางไปสู่ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20 ท่ามกลางวิกฤติที่เกิดขึ้นดั่งมรสุมที่ยาวนานของทีมต้องฝ่าฟันและทุ่มเทรวมใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อทีมจนสามารถคว้าแชมป์ที่รอคอยครั้งแรกในรอบ 30 ปี หนึ่งในกำลังใจสำคัญที่ทำให้ทีมลิเวอร์พูลมุ่งมั่นจนคว้าชัยชนะอันยิ่งใหญ่ คือแฟนบอลทั่วโลก ที่ร่วมถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆของพวกเขาที่มีต่อทีมรัก

สารคดีเรื่องนี้ได้ เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีม และ เคนนี่ ดัลกลิช ตำนานสโมสรเป็นผู้นำเสนอเรื่องราว ร่วมด้วยการสัมภาษณ์นักเตะชุดใหญ่ของทีมไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ซาดิโอ มาเน่, โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่, เวอร์จิล ฟาน ไดค์ และ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ร่วมด้วยแฟนๆ ผู้คลั่งไคล้จากทั่วโลก The End of the Storm คือการเฉลิมฉลองให้กับชัยชนะที่เป็นจุดเริ่มต้นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งของสโมสรลิเวอร์พูล

สารคดี The End of the Storm จะพาผู้ชมทุกคนไปสำรวจกับบรรยากาศที่ผู้ชมไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อน ประกอบกับการได้เห็นภาพการทำงานจริงจากทีมฟุตบอลระดับโลก รวมไปถึงเผยให้เห็นถึงการรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การทุ่มเทเพื่อบรรลุเป้าหมายที่เรียกว่าชัยชนะ และนำไปสู่เหตุผลว่าทำไมทีมฟุตบอลอย่างลิเวอร์พูลนั้นมีผู้คนทั่วโลกหลงรักและเชียร์มาอย่างยาวนาน

ในการสำรวจทุกองค์ประกอบของทีม สารคดีนี้จึงไม่ได้มีแค่การสัมภาษณ์ผู้จัดการทีม หรือนักเตะดาวเด่น แต่ยังมีสัมภาษณ์แฟน ๆ ผู้คลั่งไคล้ทีมลิเวอร์พูลจากทั่วโลก ซึ่งผู้คนมากมายต่างแชร์ความรักที่มีต่อทีม พวกเขารวมตัวกันจนเหมือนเป็นครอบครัว พร้อมทำให้เห็นว่าพลังของความเป็นทีมนั้นช่วยเยียวยาบาดแผลในใจ รวมไปถึงการคลุกคลีกับกลุ่มนักเตะ มากกว่าแค่ตั้งกล้องสัมภาษณ์ผิวเผิน เจาะลึกทุกตำแหน่งในทีม ดึงเอาความสำคัญของทุกฟันเฟือง ทุกคนที่มีส่วนทำให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ครั้งประวัติศาสตร์นี้

The End of the Storm ได้เจมส์ เออร์สคีน ผู้กำกับสารคดีเครดิตปัง ทั้งจาก ONE NIGHT TN TURIN หรือ “BILLIE” ซึ่งนำเสนอชีวิตคนดังและนำเสนอได้อย่างเจาะลึก โดนใจจนกวาดคำชมมาจากนักวิจารณ์ทั่วโลก ซึ่งทีมาของโปรเจ็คนี้เริ่มต้นราว 3-4 ปีก่อนประมาณปี 2017 ซึ่งเจมส์ เป็นครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ให้กับสารคดีชุดที่ฉายทาง Amazon เรื่องThis is Football นำเสนอพลังของกีฬาชนิดนี้ ว่ามันเป็นเหมือนเป็นเวทีให้แสดงอารมณ์ต่างๆ ของมนุษย์ เมื่อได้ร่วมงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักข่าวกีฬาจอห์น คาร์ลิน ทั้งสองจึงเริ่มมองหาเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับฟุตบอลนกระทั่งได้พบกับเรื่องราวของสโมสร Rwanda Reds ที่เป็นการรวมตัวของแฟนคลับลิเวอร์พูลในเมืองคิกาลี ประเทศรวันดา ทำให้งานชิ้นนี้ได้ค้นหาคำตอบว่าพวกเขาใช้ฟุตบอลเพื่อเยียวยาบาดแผลจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปี1994ได้อย่างไร

หลังจากที่สารคดีเรื่อง This is Football คว้ารางวัล Humanitas Award สาขาสารคดียอดเยี่ยม และทีมบริหารสโมสรลิเวอร์ได้ดูสารคดีเรื่องนี้ หนึ่งในนั้นคือประธานบริหารของสโมสร ไมค์ กอร์ดอน และ เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีม ทำให้สโมสรติดต่อเจมส์ เออร์สคีน เพื่อมาทำโปรเจ็คสารคดีที่บอกเล่าเรื่องราวของทีมลิเวอร์พูลในช่วงฤดูกาลปี 2019-2020 แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะในปีดังกล่าวมีทั้งเรื่องความสำเร็จของทีม และการระบาดของโคโรน่าไวรัส!

ทางสโมสรลังเลว่าควรจะทำหนังเกี่ยวกับการคว้าแชมป์ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังไม่มีอะไรการันตีเลยหรือเปล่า แต่พวกเขาก็ไว้ใจเราแม้จะเล่นกับความคาดหวังของแฟนๆ นับล้าน แถมยังมีโรคระบาดไปทั่วโลกอีกต่างหาก เช่นเดียวกับทุกสิ่งบนโลก ฟุตบอลได้รับผลกระทบอย่างมาก แผนการถ่ายทำที่เราวางไว้ต้องรื้อใหม่หมด เพราะการแข่งขันถูกระงับ เราต้องพับแผนทั้งหมด กลับมานั่งคิดกันใหม่ว่าจะถ่ายมันให้จบยังไง ถ้าฤดูกาลแข่งขันโดนตัดจบ และยิ่งไปกว่านั้นคือจะถ่ายทำอย่างไรให้ปลอดภัยขณะที่โควิดกำลังระบาด

จนกระทั่งช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมปี 2020 ที่ฟุตบอลจะเริ่มกลับมาเตะกันอีกครั้ง จึงทำให้ The End of the Storm ได้กลับมาถ่ายต่อ นอกจากนี้ทีมงานยังคงต้องหารือปรึกษากับทางสโมสรเพื่อหาวิธีถ่ายทำนักเตะได้อย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ต้องทำตามข้อกำหนดของสโมสรเท่านั้น แต่ร่วมถึงข้อกำหนด บับบลิ้ง (จำกัดบริเวณ) ที่ลีกสั่งมาด้วย อย่างไรก็ตามซึ่งที่เป็นเหมือนเสาหลักของสารคดีเรื่องนี้คือการสัมภาษณ์ แต่เขาก็ต้องการนำเสนอทุกฟันเฟืองของทีมที่นำมาซึ่งชัยชนะ ดังนั้นในสารคดีนี้คนดูจะได้เห็นทั้งจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่เป็นกัปตันทีม ร่วมด้วย ซาดิโอ มาเน่, อลิสซอน เบ็คเกอร์, โรเบอร์โต เฟอร์มิโน่ และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์

อีกหนึ่งความโดดเด่นคือเพลงประกอบภาพยนตร์ You’ll Never Walk Alone ซึ่งได้ ศิลปินแกรมมี่อย่าง “ลาน่า เดล เรย์” มาขับร้อง ซึ่งตัวเธอเองเป็นแฟนตัวยงของทีมลิเวอร์พูลอีกทั้งเคยไปดูการแข่งขันที่สนามแอนฟิลด์มาแล้วด้วย